Mark Wiens : ทุ่มเทกับสิ่งที่คุณเชื่อ

Mark Wiens กินอร่อยทุกอย่างเลย แกเฟครึเปล่า?

กว่าจะถึงวันนี้เค้าผ่านอะไรมาบ้าง
เค้าคิดยังไง เค้าลงมือทำยังไง
เค้าใช้เวลาเท่าไหร่
นี่คือหนึ่งในไอดอลของผม
Mark Wiens!

เค้าคือใคร
เค้าคือ YouTuber สายกินอันดับต้นๆ ของโลก
มีคนติดตามมากกว่า 6 ล้านคน
มีคนดูวิดีโอของเค้าไปแล้วกว่า 1,330,043,315 ครั้ง
แต่งงานกับคนไทย อาศัยอยู่ในประเทศไทย

คลิปนี้ Sonny จาก Best Ever Food Review Show
เป็นคนสัมภาษณ์ Mark Wiens ครับ

Sonny (คนสัมภาษณ์) :
มีคนถามเยอะเลยว่าทำไมคุณยังดูแข็งแรงอยู่
ภรรยาคุณได้กินอะไรบ้างมั๊ย
คุณชอบประเทศอะไรมากที่สุด
แต่เราจะข้ามคำถามพวกนั้นไปนะ

และผม (แอดมิน) ก็จะข้ามน้ำๆ ไปหาเนื้อเลยละกัน
บางมุขก็แปลไม่เป็นจริงๆ ^^

Sonny :
Covid-19 ในไทย เป็นยังไงบ้าง
Mark :
โอเคเลย ตอนนี้(29 สิงหาคม 2563)ทุกอย่างเกือบจะเป็นปกติ ยกเว้นการเดินทางไปต่างประเทศ

ซึ่งมันก็ดีนะ เพราะมีหลายอย่างที่ผมอยากทำในประเทศไทย
แต่คิดว่าจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะผมอาศัยอยู่ที่นี่ (ก็เลยไม่ได้ทำซะที)

Sonny :
ช่วงนี้คุณไปต่างประเทศไม่ได้ รู้สึกตันบ้างมั๊ย
Mark :
12 ปีที่ผ่านมา ผมเดินทางตลอด ไม่ได้หยุดเลย
เพราะฉะนั้นนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่จะได้ทบทวนตัวเอง
เป็นเวลาที่จะได้คิดหาไอเดียใหม่ๆ
เป็นเวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัว
เป็นเวลาที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเติบโตขึ้น

Sonny :
อยากรู้ว่าคุณเริ่มยังไง
Mark :
ผมเริ่มจากการเขียนบล็อกก่อน เพื่อจะให้จำได้ว่าผมกินอะไร ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง วันนึงก็ลองใส่ Google Ads ในบล็อค โอ๊ะ ได้เงินมาตั้ง 2 เซ็น (6 บาท) แบบนี้ก็น่าจะหาเงินจากการท่องเที่ยวได้สิ

หลังจากนั้นผมรู้สึกว่ารูปถ่ายกับการเขียนมันถ่ายทอดอารมณ์ไม่เต็มที่ เพราะข้อดีของสตรีทฟู้ด คือ คุณอยู่ตรงนั้นตอนที่เค้าทำอาหารเลย
มีรถผ่านไปมา มีผู้คน วิดีโอน่าจะไปได้ดีกว่า เลยตัดสินใจว่าจะทำวิดีโอครับ

Sonny :
คุณคิดบ้างมั๊ยว่ามันจะสร้างอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้คุณได้
Mark :
ไม่มีเลย ไม่มีเป้าหมายซะด้วยซ้ำ ผมตัดสินใจจะปล่อย 2 คลิปต่ออาทิตย์แค่นั้น
Sonny :
ผมว่านั่นแหละคือเป้าหมายที่ดีที่สุดเลย เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่คุณควบคุมได้

Sonny :
คุณเริ่มถึงจุดคุ้มทุน (แอดคิดว่าน่าจะหมายถึงเริ่มได้เงิน) ตอนไหน ตอนทำบล็อก หรือเริ่มได้เงินจากวิดีโอในยูทูป
Mark :
สิ่งที่เรียกว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างแท้จริงคือการทำ e-book รวมอาหารของผม ถ้ามองจากมุมมองของธุรกิจ การมีสินค้าออกมาขายนี่คือความก้าวหน้าจริงๆ

ช่วงนั้นผมยังอาศัยเงินเก็บจากตอนที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และได้เงินจากเว็บ โดยเฉพาะการขาย e-book ผมเอาเงินส่วนนั้นมาลงทุนทำวิดีโอ เรียนทำวิดีโอ และเอาเวลามาปล่อยวิดีโออาทิตย์ละ 2 ครั้ง

Sonny :
คุณใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะเริ่มได้เงินบนยูทูป
Mark :
ช่องผมโตช้ามาก ใช้เวลา 2 ปี กว่าจะเริ่มได้เงินนิดหน่อย
Sonny :
นี่มันต้องใช้ความอดทนมากเลยนะ มันมีคนถามผมเยอะเลยว่าคุณทำเงินบนยูทูปได้ยังไง ต้องใช้เวลานานขนาดไหน ผมจะบอกว่า ถ้าคุณจ้องจะหาเงินให้ได้เร็วๆ อย่าทำยูทูปเลย เพราะคุณจะผิดหวังมากๆ พอเห็นว่าปีที่สองช่องทำเงินไปได้แค่ 400 กว่าบาท
Sonny :
ตอนแรกผมกะว่าจะไม่ใส่โฆษณาในช่องเลย เพราะไม่อยากให้คนดูไม่สบายใจ ผมจะหาทางหาเงินทางอื่น แต่นั่นไม่เวิร์คอะ คลิปนี้ผมเลยใส่โฆษณาไปซะ 15 ตัว (มุข)

Sonny :
ถึงจุดไหนที่คุณคิดว่าประสบความสำเร็จแล้ว
Mark :
ผมคิดว่า เมื่อผมสามารถช่วยคนบางคนให้ทำบางอย่าง อาจจะทำให้เค้ากล้าออกมาจาก Comfort Zone หรือมีคนตามไปกินร้านที่ผมไป ทำให้ผมเริ่มรู้ว่าการทำแบบนี้มันมีคุณค่าแฮะ และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าสำเร็จแล้ว
Sonny :
อ่าว ไม่ใช่เรื่องเงินเหรอ แต่ของคุณก็ดีนะ ดูอบอุ่น (ยิ้ม)
Mark :
(ยิ้ม) เรื่องเงินก็สำคัญ ผมมีแฟน มีลูก ถ้าจะพูดถึงความสำเร็จด้านการเงิน คือผมสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ผมทำได้แล้ว ก็คิดว่าประสบความสำเร็จแล้ว

Sonny :
ลูกชายคุณอายุเท่าไหร่เหรอ
Mark :
สามขวบครึ่งครับ
Sonny :
ตอนผมอายุ 28 ผมได้กินแกงกะหรี่ครั้งแรก*** แล้วรสชาติมันระเบิดในปากเลย ผมกลัวว่าลูกชายคุณจะไม่ได้ประสบการณ์แบบนั้น เพราะลูกชายคุณได้กินทุกสิ่งไปหมดละ
Mark :
55555 เอิ่มมมม
Sonny :
55555 ขอโทษๆ แค่แซวเล่น

Sonny :
การได้เป็นพ่อ ทำให้คุณเป็นคนที่ดีขึ้นมั๊ย
Mark :
การมีลูกเปลี่ยนแปลงชีวิตในทุกด้านเลย หลายปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าหลายอย่างเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต จนถึงช่วงมีลูกนี่แหละถึงรู้ว่าไม่ใช่ เพราะมันเปลี่ยนการใช้ชีวิตทั้งหมดเลยจริงๆ

ก่อนมีลูกคุณอาจเอาตัวเองเป็นหลัก แต่พอมีลูก ทุกช่วงเวลามีค่า คุณต้องเลี้ยงดูเค้าอย่างถูกต้อง ทำทุกอย่างเพื่อเค้า แต่ผมก็ต้องทำงานเพื่อเลี้ยงครอบครัวไปด้วย ผมได้เรียนรู้เยอะมาก

Sonny :
คุณเป็นคนที่ทำงานหนักมากคนนึง แล้วก็มองโลกในแง่ดีด้วย เราสองคนนี่แตกต่างกันดีนะ ผมเชื่อว่าคนเราเห็นแก่ตัว คบกันเพื่อผลประโยชน์กันทั้งนั้น แต่คุณมองโลกในแง่ดีสุดๆ
Sonny :
เราอาจจะมีอาชีพที่ดีมากๆ แต่ผมอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างที่มันยากมากๆ ในอาชีพนี้ ที่คนอื่นอาจไม่รู้
Mark :
จริงๆ อะไรที่เกิดหน้ากล้องเป็นแค่เสี้ยวของการทำงาน มันยังมีงานตัดต่อ มีงานหาไอเดียใหม่ๆ และสิ่งที่ท้าทายมากๆ คือถ้าคุณทำวิดีโอลงยูทูปแล้ว มันไม่มีวันหยุดพัก ยกเว้นว่าคุณอยากจะจบมันเอง

ผมทำวิดีโออาทิตย์ละ 2 คลิปตั้งแต่ปี 2011 มีทั้งงานหาข้อมูล แล้วก็การตลาด มันคือลูปการทำงานที่ไม่มีวันจบ คุณต้องอยู่กับมันเลย และมันยิ่งยากมากขึ้นเพราะตอนนี้ผมมีครอบครัวแล้ว

Sonny :
คุณจัดการชีวิตยังไง ให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวและลูก
Mark :
555 มันเป็นสิ่งที่ผมยังต้องปรับปรุง แต่โชคดีที่ภรรยาผมก็ช่วยเรื่องนี้ด้วย
ทำให้ผมรู้เลยว่าครอบครัวนี่แหละสำคัญที่สุด

Sonny :
หลายคนคิดว่าคุณชอบอาหารทุกอย่างที่กินเลย แกเฟครึเปล่าเนี๊ยะ
Mark :
555 ผมเฟคเหรอ ผมกินง่าย แล้วก็ชอบกินด้วย หลักคิดของผมคือ ผมจะพยายามอธิบายอาหารนั้นอย่างดีที่สุด ทั้งวัตถุดิบ ทั้งวิธีการทำ แล้วให้คนดูตัดสินเองว่าอาหารนั้นเหมาะกับเค้ามั๊ย

Sonny :
ช่องเกี่ยวกับอาหารส่วนใหญ่ในยูทูป เป็นของ บ.ใหญ่ๆ ทั้งนั้น แต่ยอดคนดูก็ยังไม่เท่ากับของคุณเลย แล้วคุณรู้สึกยังไงบ้างที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม “เพื่อนซี้สุดๆ” ที่ผลัดกันไปออกรายการของคนโน้นคนนี้ รู้สึกโดดเดี่ยวจากวงการมั๊ย
Mark :
ไม่เลย ไม่ซักนิด ผมมีความสุขมากในจุดนี้ และมีความสุขมากที่ได้ใช้เวลากับครอบครัว

Sonny :
คำถามจากผู้ชมบ้าง
คุณใช้เวลานานมั๊ยในการตัดต่อวิดีโอ แล้วคุณยังตัดวิดีโอเองรึเปล่า
Mark :
บางครั้งผมก็มีคนช่วยตัดบ้าง แต่ตอนนี้ผมตัดเอง ผมชอบตัดวิดีโอ มันสนุกดี ถ้าเป็นเนื้อหาหลัก ผมใช้เวลา 12 – 20 ชั่วโมงครับ

Sonny :
มีคำแนะนำสำหรับใครที่อยากเดินตามรอยคุณบ้างมั๊ย

Mark :
อย่างแรกที่ผมอยากบอกคือ คุณไม่ต้องมีประสบการณ์เลย ผมเริ่มจากกล้องตัวเล็กๆ เริ่มจากสิ่งที่คุณมี แต่สิ่งสำคัญคือคุณต้องหาทางช่วยคนดู อาจจะเป็นการให้ข้อมูลของร้านอาหาร เพื่อให้เค้าตามไปกินได้ สไตล์ของผมคือพยายามจะให้คนดูเหมือนเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์เลย

คุณต้องพัฒนาสไตล์ของคุณขึ้นมาเอง แต่มันไม่ได้พัฒนาขึ้นมาจากการคิด คุณต้องทำมันเลย ทำอย่างต่อเนื่อง มันไม่มีอะไรถูกหรือผิดหรอก เพราะมันเป็นตัวตนของคุณ ทำอย่างสม่ำเสมอไม่ต้องกลัวว่ามันจะมีคนดูรึเปล่า อย่าเพิ่งกังวลเรื่องเงินในช่วงแรก ให้ทุ่มเทเวลาไปกับการทำเนื้อหาที่คุณเชื่ออย่างจริงใจ

Sonny :
เยี่ยมเลย ขอบคุณมากมาร์ค
Mark :
ขอบคุณครับ

*** แกงกะหรี่ในที่นี้อาจไม่ใช่ “แกงกะหรี่” ในแบบที่เราเข้าใจ เพราะฝรั่งเรียกแกงกะทิว่า Curry ไปหมดครับ

Inside @Mark Wiens ! Do You Fake Your Yummy Face??

https://youtu.be/n37A3VZy0hw แปลและเรียบเรียงโดย หมีเป็ด