ทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปสิงคโปร์ วีซ่า ซิมการ์ด ปลั๊กไฟ การเดินทาง ค่าใช้จ่าย

ก่อนไปสิงคโปร์ต้องเตรียมอะไรบ้าง วีซ่า ซิมการ์ด ปลั๊กไฟ การเดินทาง และค่าใช้จ่ายจำเป็น เรารวมข้อมูลมาให้แล้ว

เอกสารสำหรับเข้าสิงคโปร์

เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนไปสิงคโปร์ มี 3 ฉบับ คือ
• หนังสือเดินทาง (Passport) 
• SG Arrival Card (SGAC)
• วีซ่า มีไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ต้องใช้วีซ่าเพื่อเข้าสิงคโปร์ คนไทยไม่ต้องใช้วีซ่าครับ

หนังสือเดินทาง

หนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน

วิธีนับอายุหนังสือเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด คือ ให้นับอายุหนังสือเดินทางจากวันที่จะออกจากสิงคโปร์ ไม่ใช่วันที่จะไปถึงครับ

SG Arrival Card (SGAC)

ทุกสิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปสิงคโปร์ วีซ่า ซิมการ์ด ปลั๊กไฟ การเดินทาง ค่าใช้จ่าย

เราต้องกรอก SG Arrival Card (SGAC) ให้เรียบร้อยภายใน 3 วันก่อนถึงสิงคโปร์

เช่น ถ้าไปถึงสิงคโปร์ 30 ตุลาคม เราสามารถกรอกเอกสารนี้ได้ในวันที่ 28 ตุลาคม ระบบจะไม่ยอมให้กรอกล่วงหน้านานกว่านั้น

เอกสารที่ต้องใช้กรอก SG Arrival Card (SGAC)
• พาสปอร์ต
• อีเมล
• สายการบิน และเที่ยวบิน
• ชื่อโรงแรมที่จะพัก (ถ้ามี)
• หลักฐานการฉีดวัคซีน (International Vaccination Certificate) ต้องเป็นวัคซีน Covid 19 ที่ WHO-EUL รองรับ***

สำหรับคนไทย ขอหลักฐานการฉีดวัคซีน (International Vaccination Certificate) ได้จากหัวข้อ Covid-19 Pass ในแอปหมอพร้อมครับ

กรอก SG Arrival Card (SGAC) ได้ที่
https://eservices.ica.gov.sg/sgarrivalcard/
• หรือแอป MyICA โหลดได้ฟรีสำหรับ Android และ iOS

ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย เราจะได้ SG Arrival Card (SGAC) ทางอีเมล จะโหลดเก็บไว้ในโทรศัพท์ หรือพิมพ์ออกมาก็ได้ครับ

***วัคซีน Covid 19 ที่ WHO-EUL รองรับ
Pfizer, Moderna, Sinovac, Sinopharm และ Astrazeneca ได้รับการรองรับทั้งหมด และมีอีกหลายยี่ห้อที่ WHO-EUL รองรับ สามารถดูได้ที่นี่

วีซ่า

สิงคโปร์เป็นประเทศที่ไปเที่ยวง่าย มีไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ต้องขอวีซ่า

สามารถเช็คได้จากเว็บไซต์ ICA (The Immigration & Checkpoints Authority) ถ้าประเทศของคุณไม่อยู่ในรายชื่อเหล่านี้ ก็ถือพาสปอรต์เข้าไปได้เลย

คนไทยไปสิงคโปร์ได้ ไม่ต้องขอวีซ่าครับ เย้

สิ่งที่ห้ามนำเข้าประเทศสิงคโปร์

ก่อนไปสิงคโปร์ ลองเช็คให้แน่ใจว่าไม่มีของต้องห้ามติดตัวไปด้วย

ของใช้ธรรมดาๆ แต่ผิดกฏหมายในสิงคโปร์คือ คือ หมากฝรั่ง (ยกเว้นชนิดที่ใช้ทางการแพทย์) ใบยาสูบ (แบบเคี้ยว) บุหรี่ไฟฟ้า ประทัด และไฟเช็ครูปปืน

ดูสิ่งที่ห้ามนำเข้าประเทศสิงคโปร์ทั้งหมด

ซิมการ์ดที่สิงคโปร์

เราซื้อซิมการ์ดจาก Klook ก่อนไปสิงคโปร์ แล้วไปรับของที่สนามบินชางงี (Singapore Changi Airport) ราคาไม่แพง ใช้ได้ 10 วัน และใช้ข้อมูลได้ถึง 100 GB เหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปครับ

ซื้อซิมการ์ดสิงคโปร์ 10 วัน 100 GB จาก Klook

การรับซิมการ์ด

จุดรับซิมการ์ดที่ Terminal 3

Klook มีจุดรับซิมการ์ดให้เลือกหลายแห่ง เราแค่ไปตามจุดที่กำหนด แล้วโชว์ QR Code ก็จะได้ซิมการ์ด

เช่น ผมเลือกรับที่ Terminal 3 ในสนามบินชางงี ไปที่เค้าท์เตอร์แลกเงินของของธนาคาร UOB แล้วโชว์ QR Code ก็ได้ของเลยครับ

เรามีคำแนะนำเล็กน้อย เพื่อให้ง่ายขึ้นอีก

ด้วยความที่ Klook ต้องการอินเตอร์เน็ตสำหรับการโหลด และอินเตอร์เน็ตที่สนามบินชางงีก็ติดๆ ดับๆ กว่าผมจะโหลด QR Code ได้ ก็ใช้เวลาพอสมควร

ดังนั้น เมื่อซื้อเสร็จแล้วให้ Print Screen***  เพื่อเก็บ QR Code ไว้ในเครื่องดีกว่า จะได้ให้เค้าดูได้เลย โดยไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ต

*** วิธีการ Print Screen ของโทรศัพท์แต่ละรุ่นไม่เหมือนกันครับ

ปลั๊กไฟในสิงคโปร์

Plug Type G

สิงคโปร์ใช้ปลั๊ก Type G เป็นหลัก

Plug Type A
Plug Type B
Plug Type C
Plug Type O

แต่เราได้พักในโรงแรมสองแห่งในสิงคโปร์ คือ The Seacare Hotel ที่พัก 4 ดาว และ Hotel 81 Orchid ที่พักราคาประหยัด ทั้งสองแห่งมีเต้าเสียบที่รองรับปลั๊กแบบ Type A และ B, C และ O ด้วย

เราใช้ปลั๊กจากเมืองไทยได้เลย ไม่ต้องหาหัวแปลงครับ (แต่พกไปด้วยก็ดี)

การเดินทางในสิงคโปร์

การเดินทางในสิงคโปร์

การขนส่งสาธารณะในสิงคโปร์มีสองทาง คือ MRT (รถไฟใต้ดิน) และรถเมล์

ดูแผนที่รถไฟใต้ดินสิงคโปร์ อัพเดทล่าสุด

เราใช้ Google Maps ช่วยนำทางทั้ง MRT และรสเมล์ได้น่าเชื่อถือพอสมควร แต่บางครั้ง ถ้าให้มันนำทางจากจุดที่เราอยู่ ไปจุดหมายเลย มันจะพาอ้อม โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถเมล์

วิธีที่ใช้ Google Maps นำทางได้แม่นยำขึ้น คือ ให้เริ่มจากสถานีหรือป้ายรถเมล์ที่เราจะขึ้น และนำทางไปสถานีหรือป้ายรถเมลล์ที่เราจะลงครับ

การจ่ายเงิน MRT (รถไฟใต้ดิน) และรถเมล์

การจ่ายเงิน MRT ต้องใช้ระบบชำระเงินแบบไม่สัมผัสเท่านั้น (Contactless Payment) รวมถึง Apple Pay, Google Pay และบัตรอื่นๆ ที่รองรับการจ่ายเงินแบบนี้

ถึงแม้ว่าเรายังจ่ายค่ารถเมล์ด้วยเงินสดได้ แต่ราคาสูงกว่าและไม่มีเงินทอน ดังนั้นใช้บัตรดีกว่ามาก

และบัตรที่ใช้ง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว คือ EZ Link

ซื้อบัตร EZ Link ได้ที่ไหน

TransitLink Ticket Office at Singapore Changi Airport
TransitLink Ticket Office at Singapore Changi Airport

มีเคาน์เตอร์ขายบัตร EZ Link ก่อนขึ้นรถไฟใต้ดินจากสนามบินเข้าเมือง ยังไงก็เจอแน่นอนครับ เพราะมีทางเดียว ^^

บัตรราคา 10 SGD เป็นค่าบัตร 5 SGD และเงินในบัตรอีก 5 SGD

นอกจากนี้เรายังซื้อบัตร EZ Link ได้จาก TransitLink Ticket Offices ในสถานีรถไฟฟ้าบางแห่ง ร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-Eleven และ Cheers และซื้อออนไลน์จาก Shopee Singapore ได้ด้วย

การเติมเงินในบัตร EZ Link

Topping Up an Ez-Link card
วางบัตร Ez Link ไว้บนเครื่อง แล้วเลือกเติมเงินได้เลย

เติมเงินบัตร EZ Link ได้ที่ TransitLink Ticket Offices ร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-Eleven และ Cheers และช่องทางอื่นๆ

แต่วิธีที่สะดวกที่สุด คือ ใช้เครื่องเติมเงินในสถานีรถไฟฟ้าทุกแห่ง

การคืนบัตร EZ Link

สามารถคืนบัตรได้ที่ Passenger Service ที่มีอยู่ในเกือบทุกสถานี MRT และ TransitLink Ticket Offices จุดที่ง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว คือเคาน์เตอร์ที่สนามบินชางงี

เมื่อคืนแล้วเราจะได้เงินที่เหลือในบัตรกลับมา แต่ไม่ได้ค่าบัตรคืนนะครับ

Singapore Tourist Pass หรือ EZ Link แบบไหนดีกว่า

Singapore Tourist Pass เป็นบัตร Ez Link แบบพิเศษที่สามารถใช้ MRT และรถเมลล์ ได้ไม่จำกัดภายใน 1 2 หรือ 3 วัน เหมาะคนที่ต้องนั่งรถเมล์หรือ MRT หลายรอบมากๆ

สำหรับผม Ez Link แบบปกติคุ้มกว่าครับ เพราะไม่ได้นั่งรถเยอะขนาดนั้น

Singapore Tourist Pass มีหลายแบบให้เลือก ถ้าคุณสนใจ ดูรายละเอียดที่นี่

EZ Link Vs SimplyGo EZ Link แบบไหนดี

SimplyGo เป็นระบบจ่ายเงินแบบใหม่ที่เปลี่ยนจากการเติมเงินในบัตร ไปเป็นการเติมเงินใส่บัญชี เราสามารถอัพเกรด EZ Link เป็น SimplyGo EZ Link ได้ที่ตู้เติมเงินทั่วไป

ยกตัวอย่างเช่น

Ez Link แบบเดิม เราเติมเงินใส่บัตร ถ้าบัตรหาย เงินก็หายไปด้วย

ส่วน SimplyGo EZ Link เราเติมเงินใส่บัญชี ถ้าบัตรหาย เงินที่เติมไว้ก็ยังอยู่ และยังสามารถระงับการใช้บัตรที่หายไปได้ด้วย นอกจากนี้เรายังเติมเงินผ่าน App ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องเข้าคิวเติมเงินที่ตู้เติมเงิน

แต่ผมคิดว่า SimplyGo EZ Link เหมาะกับคนที่อยู่สิงคโปร์นานๆ มากกว่าครับ

ข้อแรกคือ ผมไม่อยากให้แอปตัดเงินธนาคารจากต่างประเทศแน่ๆ ข้อสองคือผมไม่อยากผูกบัญชีให้วุ่นวาย เที่ยวเสร็จกลับบ้านก็จบเรื่อง ถ้าจะไปใหม่ค่อยซื้อบัตรใหม่ แบบนี้เข้าใจง่ายกว่าเยอะเลย

ค่าใช้จ่ายในสิงคโปร์

สรุปค่าใช้จ่ายจำเป็นในสิงคโปร์ ไม่นับค่าเข้าที่เที่ยวและตั๋วเครื่องบิน

• ที่พักแบบห้องรวม (Dormitory) ประมาณคืนละ 25 SGD ต่อคน
• ที่พักราคาประหยัด มีห้องน้ำในตัว ประมาณคืนละ 70 SGD ต่อห้อง (นอนได้ 2 คน)
• ที่พักมาตรฐาน มีห้องน้ำในตัว ประมาณคืนละ 135 SGD ต่อห้อง (นอนได้ 2 คน)
• ราคาอาหารตามศูนย์อาหารประมาณจานละ 5 SGD
• ราคาอาหารตามร้านอาหารประมาณจานละ 15 SGD
• น้ำเปล่าขวดละประมาณ 2 SGD
• การเดินทาง เที่ยวละประมาณ 1 SGD

จะเห็นว่าจริงๆ แล้วค่าอาหาร และค่าเดินทางในสิงคโปร์ไม่สูงนัก แถมถ้าอยากประหยัดแบบสุดๆ ก็ยังกินนมถั่วเหลือง หรือเบเกอรี่ ราคาชิ้นละประมาณ 2 SGD แทนมื้อเย็นได้ด้วย

สิ่งที่ราคาสูงมากคือที่พัก โดยเฉพาะในเมือง เราคิดว่า หาที่พักนอกเมืองที่อยู่ใกล้ป้ายรถเมลล์ หรือสถานี MRT แล้วค่อยนั่งรถเข้าเมืองจะประหยัดกว่าครับ

เนื้อหาที่คุณอาจสนใจ

ลุยกินร้านอาหารสิงคโปร์ ของกินอร่อย ไม่แพง
Cable Car Sky Dining Singapore มื้อค่ำลอยฟ้าสุดโรแมนติก
19 ที่เที่ยวสิงคโปร์ แผนที่ และวิธีเดินทาง
ประสบการณ์กินเที่ยวไม่ซ้ำใคร ในสิงคโปร์
Hotel 81 Orchid สิงคโปร์ ที่พักราคาประหยัด ย่านเกลัง (Geylang)
รีวิว The Seacare Hotel สิงคโปร์ ที่พัก 4 ดาว ใกล้ Chinatown

Ref
https://www.lta.gov.sg

Scroll to Top